เรื่องที่เขียนในช่วงนี้มีท้องเรื่องเป็นอนาคตของประเทศไทยซะส่วนมาก
ไม่ได้จงใจ ไม่ได้ตั้งใจใดๆที่สื่อสารเรื่องการเมืองหรือคาดการณ์อนาคต
แต่ที่เลือกเล่าในกาลอนาคตก็คงเป็นเพราะ สิ่งแวดล้อมของสังคมทั้งหลายตอนนี้ ล้วนสะกิดให้คิดว่า 'อนาคตของสังคมจะเป็นเช่นไร(วะ!)' 
เมื่อผมไม่มีญาณหยั่งรู้ ผมก็ต้องใช้จิตนาการเอา จินตาการไม่ใช่ความจริง แต่บ่อยครั้งมันก็แอบย่องไปดึงตะกอนที่ตกมาจากเหตุผลเหมือนกัน
แต่มันเป็นเแค่เหตุผลในสายตาของผม ไม่ใช่เหตุและผลในสายตาของพระเจ้า!
ตอนที่ 1 : เรียบร้อยไหมรอนนี่?


เหงื่อแตกพลักบนใบหน้าชายวัยสี่สิบเศษ สูทเครื่องแบบสากลของเขาดูไม่เหมาะกับอากาศร้อนของกรุงเทพวันนี้ ผมของเขาดำขลับและถูกเกล้าไว้อย่างง่ายๆด้วยปิ่นไม้ รองเท้าหนังเสริมส้นทำให้ส่วนสูง180เพิ่มขึ้นไปอีกหนึ่งนิ้ว
                 นาฬิกาข้อมือเร่งให้ชายชุดสูทรีบย่ำเท้าเข้าตึกสูงตะหง่าน ทางเข้าตึกดูโอ่อ่าขนาบด้วยเสาหินขัดยักษ์หนึ่งคู่ เสากินความสูงถึงสิบชั้นตึก เสาไม่ได้มีความจำเป็นทางวิศวกรรมศาสตร์ แต่ความยักษ์ใหญ่ของมันแสดงถึงนัยยะทางอำนาจรัฐอย่างเต็มเปี่ยม
                 ตึกนี้กินอาณาบริเวณถึงสองสนามฟุตบอล และมีความสูงถึง457เมตร ตึกส่วนบนเป็นโดมกระจกลูกโลก โดมทำลายแผ่นทวีปด้วยโครงเหล็กเงินวาววับ รูปทรงของตึกจึงคล้ายคฑาที่มีหัวเป็นอัญมณีทรงกลม
                 เขาเบียดเสียดกับผู้คนมหาศาลในชั่วโมงเร่งด่วนเพื่อแย่งต่อแถวเข้าลิฟท์แก้ว ลิฟท์ความเร็วสูงสิบสองตัวยังไม่พอจำนวนคนในนาทีนี้ จากข้อมูลทางสถิติ มีจำนวนคนเข้าออกที่อาคารแห่งนี้เฉลี่ยวันละสองหมื่นกว่าคน! ที่มีจำนวนคนมากขนาดนี้ เพราะที่นี้เป็นศูนย์รวมหน่วยงานของรัฐบาลโลกในรัฐไทย
                 ถ้ารอลิฟท์แบบนี้ขึ้นไปไม่ทันแน่นอน! เขาเริ่มกระวนกระวาย นาฬิกาเชิงอะตอมขนาดใหญ่บนพนังตรงกลางตึกบอกเวลา 8:55 อีกห้านาทีจะเริ่มการประชุมแล้ว
                  ปิ๊ป ! เขาควักมือถือจากด้านในสูทอย่างรวดเร็ว
                 ครับท่าน กำลังขึ้นไปอยู่ครับ
                 ทำไมคุณไม่ใช่ลิฟต์สำหรับวุฒิสมาชิกล่ะ
                 ก็ผมไม่…”
                 คุณใช้ลิฟท์แยกขึ้นมาเลยนะ ผมติดต่อเจ้าหน้าที่ให้เรียบร้อยแล้ว
                 ครับท่าน เขารีบวิ่งไปยังบริเวณลิฟท์วุฒิสมาชิกที่อยู่ทางมุมตึกด้านซ้ายทันที  
                
                 ลิฟท์วุฒิสมาชิกแยกรักษาความปลอดภัยออกจากส่วนปกติชัดเจน โดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้บุคคลทั่วไปเข้าใกล้บริเวณได้เลย ทางเข้าบริเวณลิฟท์เป็นอุโมงค์สั้นๆสำหรับตรวจวัตถุต้องสงสัย ถ้าตรวจผ่านประตูอุโมงค์อีกด้านก็จะเปิด ถ้าไม่ผ่าน ประตูฝั่งเข้าจะปิดขังตัวผู้ต้องสงสัยไว้ทันที
                 เขาวิ่งมาถึงอุโมงค์โดยไม่มีอาการเหนื่อยหอบ แม้จะเป็นการวิ่งเต็มกำลังในระยะทางเกือบสองร้อยเมตร มันเป็นผลจากการที่เขาออกกำลังกายเป็นประจำ
                 ประตูอุโมงค์เปิดให้เขาผ่านสู่ห้องตรวจบุคคล ห้องนี้ถูกแบ่งเป็นสองส่วนด้วยกระจกหนากันกระสุน กระจกกั้นบริเวณเคาน์เตอร์ตรวจบุคคลกับบริเวณลิฟท์สี่ตัว มีเจ้าที่รักษาความปลอยภัยสองคนอยู่ที่เคาน์เตอร์ และอีกสองคนยืนคุมลิฟท์อยู่ด้านใน
                 เจ้าหน้าที่ใส่ชุดนาโนสูทรัดรูปสีฟ้าอ่อน คลุมทับด้วยเสื้อกั๊กน้ำเงินเข้ม ข้างเอวเหน็บปืนช๊อตไฟฟ้าและกุญแจมือ ทุกคนแต่งเหมือนกันทุกประการ ยกเว้นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ เขาใส่หมวกแก๊ปสีเเหลืองเด่นเพิ่มมาอีกอย่าง
                “คุณธเนศใช่มั้ยครั้บ ?รปภ.หลังเคาน์เตอร์พินิจหน้าของเขาเทียบกับข้อมูลบนหน้าจอ         
                “ครับ
                กรุณายืนยันบุคคลที่เครื่องด้านขวาด้วยครับ รปภ.ขยับปีกหมวกแก๊ปเหลือง แล้วยิ้มให้ธเนศอย่างสุภาพ ผมชอบงานของคุณมากนะครับ
                ขอบคุณครับ ธเนศยิ้มตอบ
                 ธเนศสแกนม่านตากับลายนิ้วมือที่เครื่องยืนยันบุคคล ไม่ถึงห้าวินาทีประตูกระจกก็เปิดออก บนหน้าจอเครื่องสแกนขึ้นคำว่า ‘Prime minister’s guest
                เชิญครับคุณธเนศ เจ้าหน้าที่ด้านในกดรหัสเปิดลิฟท์ให้อีกต่อหนึ่ง
                    ในลิฟท์ไม่มีแผงกดเลือกชั้น เพราะการเลือกที่หมายจะถูกสั่งการผ่านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเท่านั้น
                 ทั้งหมดนี้คือขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยของตึกส่วนที่เป็นรัฐสภารอง (รัฐสภารองใช้ประชุมเรื่องที่ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลโลก รัฐสภาหลัก(เกียกกาย) ยังใช้ประชุมเรื่องภายในรัฐไทย)
                 ลิฟท์พุ่งสู่ชั้นบนด้วยความเร็วสูง ธเนศกลืนน้ำลายปรับความดันในหู เลขบนหน้าจอที่ประตูลิฟท์ไล่ขึ้นอย่างรวดเร็วจนมองไม่ทัน ชั่วอึดใจตัวเลขก็วิ่งไปที่สามหลักแล้ว ที่บนจอยังขึ้นอีกว่า Destination – Minor congress meeting room
                 ธเนศหันหลังกลับดูเงาตัวเองในผนังลิฟท์เพื่อตรวจความพร้อมเครื่องแต่งกาย แต่ยังไม่ทันได้ถอดเนคไทแก้ทรง ตัวเลขชั้นบนจอก็วิ่งมาหยุดที่119พร้อมกับเสียงผู้หญิงอัตโนมัตดังขึ้นว่า “Minor congress meeting room ห้องประชุมรัฐสภารอง
                 “เร็วชิบ!” เขาสบถก่อนเดินออกจากลิฟต์
                 ทางเดินทอดยาวจากลิฟท์สู่ห้องประชุม บนประตูห้องประชุมมีตราลายเส้นรูปโลกสีเงินวาววับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางหนึ่งเมตรอยู่ตรงกลาง เงินแท้ทั้งชิ้น! ตรา World Federation มันไม่จำเป็นต้องมีตัวอัษรบอก เพราะว่าตรานี้เข้ามาอยู่ในชีวิตตั้งแต่ใบแจ้งเกิดแล้ว มันตราบอกว่าคุณเป็นประชากรของสหพันธรัฐโลก
                 มนุษย์ทุกคนต่างเป็นส่วนหนึ่งของสัญลักษณ์อันนี้ 
                 ริมทางเดินด้านซ้ายเป็นกระจกใสวางทำมุมป้าน มันทำมุมเพื่อให้เห็นทัศนวิสัยเบื้องล่างอย่างชัดเจน ธเนศขึ้นมาอยู่ในตัวโดมลูกโลกแล้ว เขายกนาฬิกาข้อมือดูอีกครั้ง ยังเหลือเวลาอีกสองนาทีก่อนนัดหมาย เขาจึงค่อยๆเดินดูทัศนียภาพนอกตึกเพื่อลดความกดดัน วันนี้ฟ้าโปร่งแดดแรงไม่มีเมฆ จากตรงนี้เขาเห็นคนบนท้องถนนเป็นเพียงแค่จุดเท่านั้น นี่คือมุมมองของคนที่อยู่สูงรึเปล่านะ เขาคิด
                 ชั้น119 อยู่เกือบบนสุดของอาคารที่สูงที่สุดในรัฐไทยในขณะนี้ นับตั้งแต่ตึกมหานครสร้างเสร็จ กรุงเทพก็มีตึกสูงเกิน300เมตรเกิดขึ้นอีกหลายแห่ง สามสิบกว่าแห่งกระจุกอยู่บริเวณใจกลางเมือง ภาพของกรุงเทพวันนี้คล้ายกับหนังคลาสิคเมื่อสองร้อยกว่าปีที่แล้วเรื่อง STAR WAR
                 "เห้อ!” เขาถอนหายใจก่อนสแกนม่านตาและลายนิ้วมืออีกครั้งที่เครื่องหน้าห้องประชุม
                 ตราWorld Federation ตรงกลางประตูค่อยๆแยกออก
                 คุณเธเนศเชิญเลยครับ นายกลุกขึ้นจากเก้าอี้หัวโต๊ะประชุม ยื่นมือเชิญให้นั่งเก้าอี้ที่ถัดจากท่านไปทางซ้ายมือ
                 ห้องประชุมมีลักษณะเป็นห้องโค้งขวาตามเส้นละติจูดของโดมลูกโลก ในห้องมีเพียงโต๊ะประชุมแบบเกือกม้าตั้งอยู่ตรงกลาง
                 คณะประชุมสี่ท่านที่นั่งพร้อมอยู่ก่อนแล้วทำให้เขาเกิดประหม่า สี่ท่านนี้ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้อง กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงกลาโหม
                 “ไหนบอกว่าเป็นคนสนับสนุนนโยบายรัฐโลกไง แล้วทำไมมาสายไม่สมกับวัฒนธรรมสากล หรือว่ายีนส์คุณยังเป็นคนไทยอยู่ ?ชายอายุต้นหกสิบในชุดไหมสีเหลืองกล่าวติเตียน เขาเป็นคนเดียวในโต๊ะประชุมที่ไม่ได้ใส่ชุดสูท  ป้ายชื่อหน้าที่นั่งเขียนว่า กระทรวงวัฒนธรรม
                 ไม่สายครับ ตอนนี้ยังเหลืออีกนาทีกว่า นากาฬิกาของผมปรับเวลาเท่ากับนาฬิกาเชิงอะตอมของราชการ!” ธเนศตอบกลับอย่าแข็งกร้าว ความโกรธไล่ความประหม่าไปเสียสิ้น
                 ไอ้หมูเถิกระ-ยำ! มึงเชี่-ยเหมือนในทีวีไม่มีผิด" ธเนศด่าในใจ
                 ฮ่า ๆ สงสัยนาฬิกาเข็มโบราณของผมจะเพี้ยนซะแล้ว ผมขอถอนแล้วกันว่าคุณมาสายเจ้ากระทรวงวัฒนธรรมยิ้มมุมปากให้กับธเนศ  อ่าวหาที่นั่งซักทีสิคุณธเนศ
                 “ครับ!” ธเนศเดินค้อมหลังเล็กน้อยผ่านรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมและศึกษาธิการไปนั่งที่เก้าอี้ เก้าอี้ตรงข้ามกับเจ้ากระทรวงวัฒนธรรม!
                 เห็นจะมีแต่นายกกับธเนศเท่านั้นที่อายุยังไม่เลยครึ่งศตวรรษ นายก วิภู เป็นนายกคนที่14ของรัฐไทย แต่ถ้าหากนับว่าตอนนี้ยังคงเป็นประเทศไทยแล้ว ท่านก็จะเเป็นนายกคนที่96 ของประเทศ ท่านมีการศึกษาสูง เป็นคนรู้รอบด้าน เล่นกีฬาเก่ง ชอบดนตรีและศิลปะ นักประวัติศาสตร์การเมืองหลายคนชอบบอกว่าท่านเหมือน นายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกคนที่27ของประเทศไทย
                 ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งโลก คำว่าประเทศได้ถูกนิยามใหม่ว่าเป็นรัฐ(ของสหพันธรัฐโลก) รัฐโลกมีรัฐบาลบริหารอยู่สองระดับใหญ่ๆคือ รัฐบาลโลก และ รัฐบาลของรัฐ รัฐบาลโลกเป็นรัฐบาลพี่ใหญ่ทำหน้าที่บริหารสังคมโลกทั้งหมด โดยมองรัฐแต่ละรัฐสัมพันธ์นื่องกันเป็นองค์รวม การจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสมและยั่งยืนเป็นงานหลักของรัฐบาลโลก แต่เนื่องจากรากเหง้าทางระบบสังคมการปกครอง เชื้อชาติ ศาสนา ยังคงดำรงอยู่ รัฐบาลของแต่ละรัฐจึงยังคงรูปแบบการปกครองภายในรัฐคล้ายเดิมอยู่
                 “งั้นเรามาเริ่มประชุมกันเลย นกยกกล่าวเปิดอย่าง่ายๆ ในวาระแรก ผมอยากให้ทุกคนร่วมแสดงทัศนะต่อนโยบายการสื่อสารเชิงรุกของรัฐบาลโลก ทุกคนในที่นี้เป็นตัวแทนสายตาของแต่ละภาคส่วนในสังคม เริ่มกันที่คุณธเนศก่อน คุณธเนศเป็นคนผู้นำทางความคิดภาคประชาชนที่สนับสนุนให้เดินตามนโยบายรัฐโลก
                

ธเนศเป็นอาจารย์สอนวิชาวิทยาศาสตร์ชั้นมัธยม ความรักการอ่านของเขาทำให้เขาต้องระบายสิ่งที่เขารู้ผ่านการเขียน
เขาเริ่มเข้าวงการนักเขียนด้วยการเป็นขาประจำของนิตยสารรวมเรื่องสั้นTSF (ไทยไซไฟ) มีแฟนประจำที่ตามอ่านทั้งในนิตยสารและฟรีบล๊อคของเขาหลักหมื่นคน ไม่ถึงปีผลงานของเขาก็ได้รับการรวมเล่ม
                 นักเขียนอาชีพและการเป็นครูเหมือนจะไปด้วยกันไม่ได้ ทั้งสองอย่างต่างกินเวลามาก สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจลาออกจาการเป็นครูเพื่อมาเป็นนักเขียนอาชีพเต็มตัว พออายุ35เขาก็กลายเป็นบรรราธิการของTSF ถึงจะนั้งแท่นบรรณาธิการแล้ว เขาก็ยังทำผลงานออกมาอย่างต่อเนื้อง เมื่อปีที่ผ่านมาเขาได้รับรางวัลซีไรต์จากนิยายวิทยาศาสตร์เชิงปรัชญาเรื่องGaia The Mother Earth หรือในชื่อไทยว่า สู่ภิภพมารดา เรียกได้ว่าเขาเป็นนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงเทียบชั้น วินทร์ เลียววาริณในอดีต        
                 เมื่อไม่นานมานี้เขาได้เปลี่ยนสถานะตัวเองเป็นผู้นำทางความคิด แนวคิดเรื่องอารยะธรรมระดับดวงดาวที่เขาเสนอผ่านนวนิยายGaia The Mother Earthและบทความต่างๆ มีผู้คนศรัทธาเป็นจำนวนมาก จนมีการตั้งกลุ่มGaia’s civilization(อาระยะธรรมไกอา) ในเฟซบุ๊คเพื่อสนับสนุนแนวคิดอารยธรรมดวงดาว ไม่ถึงหนึ่งเดือนจำนวนสมาชิกก็ทะยานสู่สองแสน
                
                
วันนี้ 4....2204 เป็นวันครอบรอบสองศตวรรษการก่อตั้งเฟซบุ๊คพอดี ธเนศเสียบมือถือขนาดฝ่ามือเข้ากับสายต่อที่หน้าโต๊ะ ตรงกลางโต๊ะประชุมปรากฏภาพโฮโลแกรม ของMark Zuckerberg ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ค มันคือพรีเซนเทชั่นสามมติ ที่ผู้ประชุมสามารถควบคุมได้จากมือถือของตัวเอง
                 “ผมจะเริ่มเข้าประเด็นจากเฟซบุ๊ค ซึ่งมันมีส่วนสำคัญในการทำให้ภาษาและวัฒธรรมต่างๆบนโลกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ทุกวันนี้มีจำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊คประมาณสามพันล้านคนจากประชากรโลกสี่พันล้าน 
                 พรีเซนเทชั่นได้เปลี่ยนภาพเป็นกราฟแสดงจำนวนผู้ใช้ภาษาต่างๆในเฟซบุ๊ค  ในช่วงแรกของตั้งเฟซบุ๊ค ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารยังเป็นภาษาที่แตกต่างกันของแต่ละชาติ แต่ลักษณะการใช้งานของมันทำให้เครือข่ายเฟซบุ๊คกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ละชาติภาษาจึงต้องปรับมาใช้ภาษาสากลมากขึ้น ซึ่งภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่เติบโตเร็วที่สุด จนภาษาที่ใช้สื่อสารในเฟซบุ๊คตอนนี้เป็นภาษาอังกฤษถึง98เปอร์เซ็น!”
                 “กลับมาดูที่เขตการปกครองไทย โฮโลแกรมแสดงภาพกรรมกรร้องตามเพลงสากลในไอพอท แม่ค้าในตลาดเปิดช่องCNN ลุงผู้พักงานไร่กำลังนอนอ่านTIMEที่เพิงไม้ไผ่ ประชากรทุกคนสามารถใช้ภาษาอังกฤษป็นภาษาที่สองได้แล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องบงชี้ว่า เราพร้อมที่จะเดินตามนโยบายของรัฐบาลโลก
                 “เข้าประเด็นได้รึยังคุณธเนศ? เจ้ากระทรวงวัฒธรรมพูดแทรก ผมไม่ชอบน้ำเยอะซะด้วย
                 พูดต่อเถอะคุณธเนศ ทำตามอย่างที่คุณถนัดนั่นแหละ นายกกล่าวขึ้น เวลาเรามีเหลือพอ แต่พวกเราทุกคนต่างศึกษางานของคุณมาก่อนแล้ว เราคาดหวังมุมมองของคุณในปัญหาการแตกแยกทางความคิดของคนในสังคมมากกว่า กลุ่มGaiaที่เป็นผลพวงมาจากแนวความคิดของคุณ เป็นขั้วทางความคิดหลักที่ก่อให้เกิดวิวาทะ
                 “ผมก็กำลังเข้าประเด็นเหมือนกัน แล้วผมก็ไม่มีสัมพันธ์ใดๆกับกลุ่มGaiaด้วย ธเนศปิดพรีเซนเทชั่นลง เพียงแต่พวกเขาเอาแนวคิดของผมไปใช้เท่านั้น และที่ผมเกริ่นนำเพราะผมจะบอกว่ามันคือวิวัฒนาการคำนี้ถ้าท่านเคยศึกษางานของผม ผมก็จะไม่กล่าวอะไรมาก นโยบายเชิงรุกที่มีประเด็นสำคัญคือ การเปลี่ยนภาษาในสื่อทุกชนิดทั้งหมด ตั้งแต่แผ่นป้ายไปถึงสื่อโทรทัศน์อินเตอร์เนตเป็นภาษาอังกฤษ เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาโลกให้ก้าวหน้า ทั้งในด้านเทคโนโลยีและในด้านสังคม ลดประหาความขัดแย้งทางเชื่อชาติต่างภาษา มันนำไปสู่ความมีเอกภาพในการสื่อสารอย่างแท้จริง
                 แล้วทุกวันนี้ล่ะ!”  เจ้ากระทรวงวัฒนธรรมแย้งขึ้น ก็อย่างที่คุณบอกเองไม่ใช่หรอ ในประเทศไทยก็ใช้ภาษาอังกฤษได้หมดแล้ว นโยบายเชิงรุกมันรุกเกินไป มันเป็นการละเมิดสิทธิส่วนชาติ!”
                “มนุษยชาตินะหรอ คงไม่ มันเป็นก้าวที่พาไปสู่ความเป็นมนุษยชาติที่แท้จริงต่างหาก คำว่าชาติทำให้เราแบ่งแยก ชาติทำให้รบราฆ่าฟันมามากพอแล้ว นโยบายเองก็เป็นแค่นโยบาย ไม่มีการบังคับใช้ มีเพียงแต่การสนับสนุนให้ใช้จากรัฐโลก เราไม่จำเป็นที่จะต้องต่อต้านมัน!”
                “ผมจะขอเสริมคุณธเนศเรื่องด้านการศึกษาแล้วกันเจ้ากระทรวงศึกษาแทรกขึ้น เขาสูง190กว่า เป็นคนผอมแต่กระดูกใหญ่ ท่าทางสงบเสงี่ยมของเขาทำให้ดูสุภาพ การเลือกเสพหนังสือวิชาการภาษาอังกฤษเป็นหนึ่งในเครื่องบ่งชี้ระดับความรู้ของคนในเขตปกครองโดยตรง เราต้องยอบรับว่าสถานศึกษาที่ขึ้นตรงต่อรัฐบาลโลกยังรองรับประชากรได้น้อยมาก ถ้าเราตอบสนองนโยบายเชิงรุกโดยการปรับเปลี่ยนหลักสูตรการศึกษาโรงเรียนของรัฐทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ ประชากรรุ่นใหม่ก็จะเข้าถึงตำราภาษาอังกฤษได้มากขึ้น
                พรีเซนเทชั่นแสดงกราฟอย่างละเอียด กราฟแสดงความสัมพันธ์ของพฤติกรรมการอ่านมวลรวมและจำนวนตำราภาษาอังกฤษ
                แม้คนไทยจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองได้หมดแล้วก็ตาม แต่ผู้ที่จบการศึกษาจากโรงเรียนที่ใช้ระบบภาษาไทยเป็นพื้นฐานการเรียน มีแนวโน้มที่จะหยิบหนังสือวิชาการภาษาอังกฤษอ่านน้อยมาก ซึ่งผู้สำเร็จการศึกษาจากระบบดั่งกล่าวมีจำนวนประมาณ60ปอร์เซ็นของเด็กแต่ละรุ่น ถึงแม้ทางกระทรวงจะแก้ปัญหาโดยการรณรงค์การอ่านหนังสือวิชาการแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่ถือว่าประสบผลสำเร็จ เพราะผู้สำเร็จการศึกษายังไม่มีพฤติกรรมเลือกสารที่เป็นภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง กล่าวโดยสรุปว่า ถ้าไม่มีคนบังคับ ประชากรส่วนมากก็ไม่มีทีท่าที่จะหยิบตำราภาษาอังกฤษขึ้นอ่าน"
               การปฏิรูประบบการศึกษาตามนโยบายของรัฐโลกจึงเป็นการแก้ปัญหาที่รากเหง้า เพราะมันจะทำให้ประชากรรุ่นใหม่เปลี่ยนพฤติกรรมการรับสารหลัก จากการรับสารหลักเป็นภาษาไทยสู่การรับสารหลักเป็นภาษาอังกฤษ ขจัดปัญหาเรื่องอุปสรรคการเลือกรับสารที่ถนัดกว่าไปอย่างสิ้นเชิง ทุกคนจะรับสารเป็นภาษาสากล องค์ความรู้ของทั้งโลกในรูปแบบภาอังกฤษจะเข้าถึงทุกคนอย่างสมบูรณ์"
              แล้วภาษาไทยล่ะจะไปอยู่ไหน?เจ้ากระทรวงวัฒธรรมพูดเป็นนัยหารือคนทั้งโต๊ะ
              ผมเสียใจที่ภาษาไทยจะเริ่มก้าวสู่ภาษาที่ตายแล้ว การรับสื่อภาษาอังกฤษเป็นสื่อหลักจะเริ่มทำให้ภาษาพูดไทยถูกกลืนไป ในอนาคตภาพลักษณ์ของวิชาภาษาไทยคือวิชาภาษาโบราณ ไม่ต่างจากพวกภาษาละติน ภาษาบาลี เจ้ากระทรวงศึกษาธิการประสานนิ้วมือวางสีหน้าเคร่งขรึม                 
               
               โฮโลแกรมตัดฉายภาพกลุ่มนักทดลองเอเชีย ที่กำลังการทดลองอุปกรณ์หน้าตาแปลกประหลาด มันเป็นทรงกลมสีดำเกลี้ยงขนาดเท่าลูกฟุตบอล ลอยเดี่ยวๆอยู่ในห้องกระจกทดลอง ทันใดนั้นแสงไฟฉุกเฉินสีแดงจ้าก็วาบขึ้น เกิดความโกลาหลภายในห้องทดลอง เริ่มมีเสียงโหวกแหวกโวยวายจับความได้ว่าเป็นภาษาจีน
! แล้วภาพก็ตัดไป
                เจ้ากระทรวงกลาโหมยืนขึ้น หนวดขาวที่ไว้เล็มอย่างดีและร่างกายที่ดูกระชับในวัยกลางคนทำให้เขาดูน่าเกรงขาม ขอถือวิสาสะตัดบท วีดีโอที่เห็นเมื่อครู่เป็นการทดลองอาวุธ! คาดว่าเป็นรัฐจีน นี่คือความจริง การเถียงกันแนวปรัชญาเมื่อครู่เป็นเรื่องที่ไกลตัวเกินไป ผมตัดสินใจเปิดวีดีโอลับให้ดูเพราะว่าอยากให้คุณธเนศที่เป็นแกนหลักของแนวความคิดแบบอุดมคติกลับไปพิจารณาตัวเองเสียใหม่ และหวังอย่างยิ่งว่าจะส่งผลถึงกลุ่มGaiaด้วย ส่วนเรื่องการศึกษามันยังเป็นเรื่องอนาคต ผมจะขอพูดแต่เรื่องปัจจุบันเท่านั้น!”
                ผมไม่เข้าใจ ธเนศพูดขึ้น
                นโยบายเชิงรุกเรื่องภาษาเป็นเพียงฉากหน้าเท่านั้น เจ้ากระทรวงกลาโหมพูดต่อ การเข้าถึงเข้ามูลของรัฐต่างๆเป็นเป้าหมายที่แท้จริง นโยบายมีลักษณะแทรกสื่อภายในรัฐโดยตรง แม้รัฐโลกที่แปลสภาพมากจากUNจะมีภาพลักษณ์ของความเป็นหนึ่งเดียว แต่ความเท่าเทียมที่แท้ยังไม่มี ประเทศมหาอำนาจเดิมยังคุมอำนาจไว้ได้ อเมริกายังเป็นผู้มีสิทธิ์มากเหมือนเดิม พูดง่ายๆคือ ผู้มีอำนาจเข้าถึงข้อมูลทางการทหารของเราแต่เราเข้าถึงของเขาไม่ได้!”  
                ไหนจะเรื่องความแตกแยกทางความคิดของคนในสังคมอีกล่ะ เจ้ากระทรงกลาโหมมองไปที่เจ้ากระทรวงมหาดไทยแล้วนั่งลงมันมีแนวแนวโน้มเว่าจะกลายป็นปัญหาความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
                 ใช่!” เจ้ากระทรวงมหาดไทยพูดขึ้น ก่อนขยับแว่นตาสี่เหลียม เขาเป็นคนเผิวขาวเจ้าเนื้อ หน้าของเขาเด็กกว่าวัยห้าสิบสี่-สิบปี อย่างที่พลเอกวิมุติว่า จากผลสำรวจของโพลต่างๆและการลงพื้นที่ของหน่วยงานผม ให้ผลชัดว่าปัญหาแตกแยกทางความคิดมีแนวโน้มจะกลายเป็นปัญหาความรุนแรงจริง เริ่มมีการชุมนุมอย่างไม่เปิดเผยของกลุ่มคนที่สนับสนุนความเป็นชาติแล้ว พวกเขาเห็นว่าอัตลักษณ์ของชาติทำให้สังคมอยู่รอด
                 พรีเซนเทชั่นปรากฏภาพ การตั้งกลุ่มอัตตาไทยในเฟซบุ๊ค และภาพผู้คนกำลังทำกิจกรรมวัฒธรรมไทย มีการรวมกลุ่มใส่ชุดไทยโมเดิร์น(ที่นำชุดไทยแบบเก่ามาปรับปรุงเรื่องคุณสมบัติการใช้งานใหม่) ตามที่สาธารณะต่าง
                 กลุ่มอัตตาไทยและกลุ่มที่สนับสนุนกำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วไม่แพ้กลุ่มGaia ปัญหาความขัดแย้งได้เริ่มก่อตัวขึ้น ภาพโฮโลแกรมเปลี่ยนเป็นภาพการโต้ตอบอย่างดุเดือดในอินเตอร์เนต และการมีปากเสียงกันบนท้องถนน คู่กรณีหนึ่งคนเป็นคนใส่ชุดไทยโมเดิร์น
                 “แค่หนึ่งเดือน ไม่ถึงเดือนดีด้วยซ้ำ ปัญหาได้ลุกลามถึงเพียงนี้ ผมเป็นคนนึงที่ชอบงานนิยายของคุณธเนศนะครับ แต่ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของนิยายเถอะ คุณปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัญหามันปะทุขึ้นจากรวมกลุ่ม Gaia ที่ใช้แนวความคิดของคุณเป็นแนวทาง ประชากรของรัฐเรามีจำนวนมากที่กำลังแสวงหาตัวตนรากเหง้าทางเชื้อชาติ พวกเขาโดนกดความภูมิใจโดยรัฐโลก แล้วตอนนี้สิ่งที่โดนกดไว้ก็พร้อมจะระเบิดทุกเมื่อ!”
                
                  
ตรึม! เสียงระเบิดดังสนั่น
               

กระจกหน้าต่างห้องประชุมสั่นกระเพื่อมตามแรงระเบิด
พรีเซนเทชั่นเปลี่ยนเป็นการฉายภาพจากกล้องวงจรปิด ควันหนาพวยพุ่งมาจากบริเวณหน้าตึก หลังม่านควัน เสายักษ์สองต้นถูกถล่มเป็นหน้ากอง!
                 ประตูห้องกระชุมเปิดออก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสิบเอ็ดคนเรียงแถวเป็นระเบียบเข้ามาอย่างรวดเร็ว
                 ทุกท่านเตรียมขึ้นฮ.ครับ หัวหน้าหน่วยพูดขึ้นพร้อมทำวันทยาหัตถ์ เขาเป็นคนเชื้อสายแอฟริกัน ชุดนาโนสูทรัดรูปเน้นให้เห็นมัดกล้ามหนาอย่างชัดเจนขอเชิญรัฐมนตรีทั้งสามขึ้นลำแรกไปก่อนครับ พลเอกวิมุติ ท่านนายกวิภู และคุณธเนศขอให้รอลำต่อไปที่นี่ก่อน
                 เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งหมดยกเว้นหัวหน้าหน่วยผิวดำรับตัวเจ้ากระทรวงทั้งสามออกไป เจ้ากระทรวงวัฒนธรรมหันกลับมายิ้มก่อนประตูจะปิดสนิทลง
                 ภาพวงจรปิดโฮโลแกรมดับวูบ!
                 ไอ้พวกชั่วหักหลังกู!” พลเอกงัดปืนข้างเอวเตรียมยิงแต่ปลายสายกระสุนเครื่องช๊อตไฟฟ้าของรปภ.ผิวดำได้ถึงตัวพลเอกวิมุติก่อน พลเอกล้มหงายลงไปที่พื้นทันที
                 นายกรีบหลบใต้โต๊ะและพยายามสั่งการฉุกเฉินที่มือถือ ส่วนธเนศย่อหลบข้างโต๊ะประชุม
                 ไม่เป็นผลหรอกครับ หัวหน้ารปภ.ผิวดำเดินไปตรวจร่างพลเอกวิมุติ ที่นี่โดนตัดระบบการสื่อสารหมดแล้ว ยอมจำนนเป็นทางเลือกที่ดีสุดของพวกท่าน
                 ชุดนาโนสูทที่พลเอกสวมอยู่ข้างใต้มีคุณสมบัติกันกระสุนและเป็นฉนวนไฟฟ้า ทันทีที่ชายผิวดำย่อตัวลงมา พลเอกเอาปืนเล็งยิงไปที่หัว
                 ปั้ง! ชายผิวดำโถมตัวเข้าหาพลเอก กระสุนพลาดเป้า!
                 ปั้ง! กระสุนถากชุดนาโนสูทของชายผิวดำไป ชายผิวดำถึงตัวพลเอกวิมุติ เกิดการต่อสู้ระยะประชิดแย่งปืน
                 ปั้ง! เลือดกระจายเต็มกระจกหน้าต่างด้านหลัง กระสุนทะลุท้ายทอย พลเอกวิมุติสิ้นใจทันที
                 ชิท!” ชายผิวดำมีสีหน้าตระหนกอย่างเห็นได้ชัดถ้าพวกมึงไม่อยากเป็นแบบไอ้แก่นี้ก็ยอมซะ!”
                 นายกยกมือขึ้นสองข้างระดับไหล่แล้วลุกขึ้นนั่งบนเก้าอี้ ธเนศชูมือสองข้างขึ้นเหนือโต๊ะแล้วค่อยๆยืนขึ้น
                 นึกไม่ถึงว่าไอ้แก่มันจะมีฤทธิ์แบบนี้ ชายผิวดำเดินไปที่ธเนศเพื่อควบคุมตัว แมร่งตาย ห่าเอ้ย เสียแผนหมด!”
                  ทันใดนั้นประตูห้องประชุมค่อยๆเปิดออกชายผิวดำเล็งปืนไปที่หน้าประตูทันที
                 หัวหน้าครับ เรามีปัญหานิดหน่อย รปภ.หมวกเหลืองพูดขึ้น
                 “โธ่ แกเองตกใจหมด
                 ปั้ง!
                 ชายผิวดำล้มทั้งยืน กระสุนเจาะเข้ากลางหน้าผากอย่างแม่นยำ
                 ขอโทษท่านที่มาช้า รปภ.หมวกเหลืองรีบเคลียร์พื้นที่ในห้อง ไม่นึกเลยว่าพวกมันจะลงมือตอนนี้
                 กิตติห้องนี้ไม่มีอะไรแล้ว รายงานสถาการณ์การข้างนอกก่อน!” นายกหันไปหาธเนศด้วยสีหน้าจริงจัง ตอนนี้คุณธเนศต้องเชื่อใจผมก่อน เมื่อเราเข้าที่ปลอดภัยแล้วผมจะอธิบายให้ฟังทั้งหมด
                 ธเนศนิ่งเงียบทำอะไรไม่ถูก เมื่อได้สติเขาหยิบมือถือขึ้นมา 
                 ไม่มีสัญญาณ! เขาจึงไปที่หน้าต่างดูเหตุการณ์ข้างนอก ที่เบื้องล่างผู้คนโกลาหลอพยบออกจากตึกเหมือนมดแตกรัง
                “ผมได้ปิดส่วนวุฒิสภารองแล้ว แต่ยังไงที่นี้ก็ไม่ปลอดภัย พวกอัตตาไทยแทรกซึมเต็มไปหมด ผมว่าเรารีบออกไปจากที่นี่ดีกว่า 
                 กิตติเข้าไปตรวจสภาพศพทั้งสอง วิทยุส่งสัญญาณระยะไกลในเสื้อรปภ.ผิวดำสั่นขึ้น มันเป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดเดียวที่ใช้ได้ในตอนนี้ กิตติรีบหยิบแถบเปลี่ยนเสียงจากกระเป๋าเสื้อ แล้วปรับเป็นเสียงของชายผิวดำก่อนจะทาบไปที่วิทยุ
                 เรียบร้อยมั้ยรอนนี่ มันเป็นเสียงของเจ้ากระทรวงวัฒนธรรม
                 เรียบร้อยครับกิตติพูดผ่านเครื่องเปลี่ยนเสียง
                 จะหลุดช่วงสัญญาณแล้ว แค่นี้ก่อน
                 เดี๋ยวก่อน ท่านครับ!” สัญญาณวิทยุขาดไป "โถ่นึกว่าจะเค้นข้อมูลได้"                       
                 ทำได้ดีมากกกิตติ ตอนนี้มันยังไม่รู้ว่าพวกเรารอดการจับกุม เก็บหลักฐานทั้งหมดแล้วรีบออกไปจากที่ก่อนนายกพูด                   
                 “ครับ กิตติถ่ายรูปบริเวณโดยรอบและเก็บหลักฐานอย่างรวดเร็ว รวมทั้งเก็บมือถือของพลเอกวิมุติไปด้วย
                 “ผมหวังว่าท่านจะเป็นพวกเดียวกับผมนะ…” ธเนศพูดขึ้น
                 นกยกพยักหน้าให้ธเนศ
                 คุณธเนศไม่ต้องห่วง ผมบอกแล้วไงว่าผมชอบงานของคุณมากกิตติขยับปีกหมวกแก๊ปสีเหลือง แล้วยิ้มให้กับธเนศอย่างสุภาพ -o

0

  

   

วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.. 2557 เป็นการย้ำอีกครั้งถึงทฤษฎีที่ว่า คนไทยนั้นลืมง่ายมีเพียงสกู๊ปข่าวตอนเช้าเรื่องความสามัคคีของคนในชาติเท่านั้นที่ช่วยเตือนความจำ ตอนนี้ทุกคนดูชินชากับสันติที่เคยเรียกร้องอย่างเอาเป็นเอาตายและต้องแลกมาด้วยชีวิตคนนับร้อย  

  ผมกำลังเดินจากหอพักที่U-centerในสามย่านไปสยามพาราก้อน ไม่เร่งรีบ ไม่รีบร้อน ผมชินเส้นทางจนไม่ต้องใช้สติในการเดินมาก แทบจะหลับตาเดินได้เลย ไม่มีสติก็ดีเหมือนกัน มันดีตรงที่ผมสามารถคิดอะไรเรื่อยเปื่อยได้ตลอดทาง

   จะบอกว่าผมไม่มีธุระอะไรที่พาราก้อนหรอกนะ

1

 

ผมชอบมองตัวเองเป็นแค่หนึ่งในสารอาหารที่ขับเคลื่อนไปบนท้องถนนที่เป็นเหมือนเส้นเลือดล่อเลี้ยงเมืองหลวง  และยังชอบสำคัญถิ่นฐานของตัวเองตอนนี้ว่าเป็นหัวใจของเมืองอีกด้วย

   ถิ่นฐานดั่งเดิมของผมอยู่ที่อุดร เป็นเด็กอำเภอเมือง บ้านค้าขายและทำนา มีกินมีใช้ ไม่มีหนี้สิน  ตอนเด็กเข้ากรุงเทพนับครั้งได้ แต่ตอนอายุ14ผมมาอยู่ที่นี้เดือนกว่า                   

   เดือนกว่าที่ผมมาเป็นเนื้อร้ายที่เกาะกินหัวใจกรุงเทพ!

 

2

เพื่อนคณะทักผมที่หน้ามาบุญครอง เขาบอกว่าอย่าลืมมาประชุมเรื่องรับน้องตอนห้าโมงเย็นด้วยนะ ปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนช่วยย้ำอีกครั้งว่าผมเป็นส่วนหนึ่งของที่นี้จริงๆ 

   เมื่อสนธนากับเพื่อนจบก็เดินไปขึ้นบันไดรถไฟฟ้าสนามกีฬาแล้วตรงเข้าไปในดิสคัพเวอร์รี่  Loftเป็นที่ที่ผมจะเข้าทุกครั้งที่มา ไม่ได้ซื้อหรอกครับ แค่เดินดูเอาไอเดียจากของที่วางขาย ดูเสร็จก็เดินไปยังสยามเซ็นเพื่อต่อไปยังพาราก้อน วันนี้ผมเลือกลงบันไดเลื่อนจากชั้นสามสยามเซ็นออกไปยังลานหน้าพาราก้อน ก็แล้วแต่อารมณ์น่ะ บางวันก็เลือกเดินขึ้นบันไดตรงเดรี่ควีนแทน

 

3

                                  

ลานหน้าพาราก้อนเวลาบ่ายร้อนมาก ร้อนเหมือนตอนนั้น

   มันเป็นช่วงวันเวลาเดียวกันกับเมื่อสี่ปีที่แล้ว ก็ตอนอายุ14นั้นแหละ ยังจำชื่อกลุ่มคนรักอุดรกันได้ไหม ? มันคือจุดเริ่มที่พาผมกับพ่อมายังแยกราชประสงค์ เริ่มจากพ่อของผมได้รับผลประโยชน์จากโครงการทักษิณ ต่อที่พ่อเป็นตัวหลักของชุมนุมสภากาแฟในตลาด แล้วสุดท้ายพ่อก็เข้าไปสู่ขบวนการกู้ชาติ ที่ยาวไกลมาถึงการเผาชาติและตายเพื่อชาติ

    มันเป็นการทดแทนบุญคุณพ่อบอกอย่างนั้น บุญคุณของทักษิณ

   แอร์พาราก้อนดับร้อนทันทีที่เข้ามา ผู้คนยังคลาคล่ำเช่นเคย ผมเดินตัดผ่านย่านเสื้อผ้าแบรนด์เนมไปทางาด้านขวา มูลค่าราคาเงินของมันอาจสูงกว่ารายได้ทั้งปีเมื่อผมทำงาน แต่มูลค่าที่ผมให้มันในใจไม่ได้มากกว่าเสื้อแบกะดินที่ผมใส่อยู่ตอนนี้

   ช่องว่างระหว่างคนรวยคนจน ?

   ผมชินหูกับคำนี้ตั้งแต่ตามพ่อมาชุมนุมที่กรุงเทพ ณ ตอนนั้น ผมหึกเหิมกับคำนี้จนคลั่ง อันที่จริงบ้านเราก็ไม่ได้อนาถาอดอยาก แต่วิถีชีวิตที่นายทุนสร้างกระมั้ง ที่ทำให้คนชนชั้นแบบผมมองว่ายังมีรูปแบบชีวิตที่สูงขึ้นไปได้อีก สูงซะจนพวกเราเห็นเป็นช่องว่าง มันตลกที่พวกคนที่สู้เพื่อลดช่องว่างต่างสู้เพื่อทักษิณด้วย ทักษิณผู้ที่มีช่องว่างห่างจากพวกเขามากที่สุด

4

บันไดเลื่อนพาผมถึงร้านคิโนะคุนิยะ เป็นประจำที่ผมต้องมาเชคหนังสือออกใหม่ที่นี้  นานๆครั้งถึงตัดสินใจซื้อกลับไป ส่วนมากจะอ่านฟรีที่นั้น ซึ่งทางร้านมีเก้าอี้ให้ลูกค้านั้งด้วย ครั้งนี้ผมดูหนังสือผ่านๆไม่ได้หยิบอ่านแต่อย่างใด เพราะหัวผมยังไม่ว่างพอที่จะเปิดรับข้อมูลใหม่ ในหัวผมยังเต็มไปด้วยเรื่องราวในอดีตที่เจ็บปวด

 

5

  

น้อยครั้งมากที่ผมจะเดินต่อไปยังเซ็นทรัลเวิล  ร่องรอยความเสียหายยังเหลืออยู่ คนทั่วไปอาจจะไม่สังเกตเห็นแล้ว แต่ผมเห็น เห็นในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป

   เด็กอายุ14คนนึงเคยร่วมการเผา!

   ข่าวสารที่รับจากสื่อเดียว การชี้นำจากพ่อ และที่สำคัญความดิบห่ามของวัยรุ่น ส่งเหล่านี้ทำลายสติที่คอยแยกแยะชั่วดี

    ใบหน้าเฮละโลซะใจเปื้อนยิ้มของผมวันนั้น เป็นใบหน้าปีศาจร้ายที่ไม่อยากจะยอมรับว่ามันคือผมเอง !
    ในตอนนั้นผมโดนปลุกระดมด้วยการกล่าวอ้างว่า
เผาที่ของคนรวยไม่ผิด เพราะมันเอาเงินที่เอาเปรียบคนจนมาสร้าง แต่ความจริงแล้วเป็นการเผาเพื่อทำลายคลังแสง ที่สะสมอาวุธไว้มากซะจนไม่สมารถเอาออกมาได้ทันตอนสลายการชุมนุม มันเป็นแผนที่เตรียมไว้สำหรับการทำลายหลักฐานการเป็นกบฏ  

  

6

 

หลังจากผมโยนแกนลอนเปล่าทิ้งไป ทหารก็ลุกคืบเข้ามาทันที ผมกับพ่อรีบหนีหัวซุกหัวซุนไปยังทางด่านศาลาแดง  เราไปหยุดพักหายใจอยู่ที่จุดที่เสธ.แดงโดนลอบยิง พ่อชี้ให้ดูทั้งจุดเกิดเหตุและวีรกรรมของเสธ.แดง อย่างเปี่ยมศรัทธา

   พ่อยิ้มให้ผมแล้วทรุดลงไปพร้อมกับเสียงระเบิดกึกก้อง!

   ผมหูอื้อไปหมด

    เมื่อคุกเข่าลงไปดูอาการของพ่อ กองเลือดที่ไหลมาจากคอก็นองเต็มพื่น พ่อโดนสะเก็ดระเบิด ! เด็กอายุ14คนนี้ทำอะไรไม่ถูกได้แต่ร้องเรียกคนช่วยทั้งน้ำตา 

   เมื่อควันระเบิดจาง ผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งก็กรูเข้ามาพาร่างพ่อออกไปที่โรงพยายบามจุฬาอย่างทุลักทุเล แต่มันก็สายไปเสียแล้ว

   ก่อนสิ้นใจพ่อยิ้ม ยิ้มนั้นบอกว่าพ่อรู้สึกเช่นไรกับสิ่งที่ทำลงไป

  ทดแทนบุญคุณ พ่อเคยบอกไว้อย่างนั้น

7

 

ชาด้านไปหมด มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ความสับสนปนเปกับความเสียใจ ผมเดินด้วยความรู้สึกแบบนั้นตลอดทางตั้งแต่ออกจากคิโนะคุนิยะ ผมพยายามคิดเรื่องอื่นแต่ความรู้สึกก้ไม่ยอมจางลง แปลกที่ขาพาผมเดินเลี้ยวซ้ายจากพาราก้อนไปสกายวอลค์

 

8

  

รัฐจัดส่งผมกลับบ้านในวันที่ 20 .. ผมไม่พูดกับใครเลยตลอดทางกลับ ได้แต่นั่งครุ่นคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาในการชุมนุม เป็นการครุ่นคิดที่หนักที่สุดตั้งแต่เกิดมา14ปี ผมสังเกตบางคนในเมล์แดงมีสภาพเดียวกับผม สภาพที่ใบหน้ามีลอยคราบหยาดน้ำตาแห้งๆเลอะกรอะกรังบ่งชัดถึงความหดหู่และเหนื่อยล้า

    อาทิตย์ต่อมาร่างของพ่อก็ได้กลับบ้านเกิด

     ผมกลายเป็นคนซึมเศร้าวันๆหมกอยู่แต่ในบ้าน แม่ของผมก็ยังเสียใจเรื่องการจากไปของพ่อ เวลาไม่ได้ช่วยเยียวยาผมเท่าไหร่ การรับสื่อมากขึ้นต่างหากทำให้ผมเข้าใจอะไรมากขึ้น นอกจากข้อมูลแล้วผมยังได้วิจารณญาณกลับมาด้วย

    กลายเป็นว่าผมเคียดแค้นทักษิณ ผมถูกหลอก พ่อถูกหลอก! ยังดีที่พ่อตายก่อนความจริงจะมาถึง ไม่งั้นพ่อจะมีบาปเหมือนกับผมตอนนี้

    สิ้นปิดเทอมฤดูร้อน ผมเข้าเรียนต่อชั้นมอปลายที่โรงเรียนโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล ดีที่ผมเตรีมเรื่องการเข้ามอปลายเสร็จก่อนเข้ามาชุมนุมที่กรุงเทพ โรงเรียนใหม่ทำให้ผมลืมฝันร้ายได้บ้าง  แรกนั้นผมไม่คิดจะเข้ากรุงเทพอีกเลย แต่แนวทางการศึกษาก็เล่นตลกให้ผมเลือกที่จะต่อมหาลัยที่จุฬา จุฬาที่อยู่ในบริเวณที่บาปของผมตราอยู่ และเป็นบริเวณที่พ่อตายต่อหน้า         

   แต่อนาคตความฝันมีพลังมากกว่าอดีตที่ปวดร้าว

    

9

 

เดิน เดิน เดิน เร็วขึ้น เร็วขึ้น จนมาหยุดที่หน้าเซ็นทรัลเวิลด์  ปีนึงแล้วที่ผมมาอยู่ที่ระแวกนี้ 

  ผมยืนอยู่หน้าห้างบนสกายวอลค์เหนือจุดที่ผมเคยสาดเบนซินโหมเพลิงให้ลุกไหม้  แปลกที่ครั้งนี้ผมกับไม่รู้สึกเหมือนเก่า

   ยืนนิ่งอยุ่ตรงนั้นด้วยความรู้สึกว่างแปล่า  อดีตไม่ได้ยื่นความรู้สึกอะไรให้ผมอีกแล้ว

  ตอนเย็นผมมีนัดหมายต้องกลับไปประชุมงานรับน้องของคณะรัฐศาสตร์ ตอนนี้เป็นเวลาแค่บ่ายสองกว่าผมยังเหลือเวลายืนนิ่งๆอีกมากพอควร

10

 

ก่อนเข้าจะเข้าเรียนที่จุฬา ผมได้ยินมาบ้างว่า ที่นี้น่ะไฮโซ พอเข้ามาก็เหมือนจะจริงตามนั้น แต่จริงเพราะผมคอยแต่สังเกตด้านที่ไฮโซมากกว่าด้านโลโซและด้านโมโซ นิสิตขับรถหรูมันก็น่าจดจำกว่านิสิตขึ้นขสมก. จริงไหม ?

   ถึงจะเลิกเป็นเสื้อแดง แต่ความคิดเรื่องช่องว่างระหว่างชนชั้นก็ยังคงอยู่  พาราก้อนเองก็มีพื้นที่ที่ผมสมารถเข้าไปได้อย่างสะดวกใจไม่มากนัก ส่วนมากจะโดนกำแพงราคาที่มองไม่เห็นกั้นอยู่ ร้านอาหารบางร้าน กับร้านหนังสือเท่านั้นที่ผมเข้าได้ด้วยความรู้สึกว่ามันคือที่ของผม เป็นที่ของชนชั้นผม    

   ทุกวันนี้ผมเข้าใจว่าชนชั้นทางเศรษกิจเป็นเรื่องธรรมดาของระบบทุนนิยม ซึ่งชนชั้นมันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรนัก

   เรื่องชนชั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องความไม่เท่าเทียม คนที่คิดว่าตัวเองอยู่ชนชั้นล่างบางคน เป็นผู้มีความกระหายที่อยากขึ้นมายืนอยุ่ในจุดสูงกว่าเดิม เขาเหล่านั้นให้นิยามชนชั้นว่าคือความไม่เท่าเทียม และความไม่เท่าเทียมคือความไม่ชอบธรรม

   วิธีการที่จะได้มาซึ่งความเท่าเทียมนั้นคือการล้างระบบ! ซึ่งในประวิติศาสตรืก็มีการล้างระบบอยู่เสมอ ที่แน่นอนคือเมื่อเกิดการล้างระบบ กระบวนการทางสังคมก็จะสร้างระบบชนชั้นขึ้นมาใหม่ พวกชนชั้นสูงใหม่อาจจะเป็นหน้าเก่าที่ยังสามารถรักษาอำนาจไว้ได้ หรืออาจจะเปลี่ยนมือเป็นคนจากชนชั้นอื่นขึ้นมาแทน แต่เมื่อสังคมถึงจุดที่ชนชั้นล่างโดนเอาเปรียบมากๆอีกครั้ง ก็มีจะต่อสู้เรียกร้องเกิดขึ้นจากชนชั้นล่าง เป็นวัฏจักร !

    ซึ่งความเท่าเทียมในยุคนี้ถูกแทนด้วยคำว่า ประชาธิปไตย 

11

 

ผมทิ้งเรื่องช่องว่างคนรวยคนจน อาจจะเป็นเพราะว่าที่ผมอยู่คือชนกลางๆ ไม่ได้เดือดร้อนอะไร และก็ไม่คิดไขว่คว้าความเป็นอยู่ที่ดีกว่า

   ผมเห็นแล้วว่าคำว่าดีกว่านั้นเป็นมายาคติที่นายทุนสร้างขึ้นมาเพื่อสร้างอัตลักษณ์ความภูมิใจให้กับตัวเอง รถหรู เสื้อผ้าแบรนด์เนม มีประโยชน์จากการใช้สอยเหมือนกับของทั่วไป แต่แค่มันทำให้จิตใจของคนที่เป็นเจ้าของสำคัญตัวเองว่า มีมากกว่าผู้อื่น

   ผมสงสารคนส่วนมากที่คิดว่าตัวเองมีน้อยกว่าคนอื่น มันแสนทุกข์แสนบีบคั้นจากสิ่งที่สังคมโยนให้

 

0

 

ที่วันนี้ผมไม่รู้สึกว่าห้างเวิลด์เทรดเป็นตราบาปแล้ว คงเพราะว่าผมกลายเป็นส่วนหนึ่งของที่นี้แล้วจริงๆ ผมเดินข้ามไปฝั่งราชดำริเพื่อไปยังศาลาแดง ภาพอดีตยังแจ่มชัดขึ้นในใจ ผมเศร้าบ้างแต่ก็ไม่สับสนแล้ว ผมเดินผ่านจุดที่พ่อตายโดยไม่หยุดมอง แล้วเดินต่อผ่านถนนพระราม4ไปเข้าประตูมหาลัยที่ถนนอังรีดูนัง ผมถึงคณะก่อนเวลาประชุมเล็กน้อย

   ที่โต๊ะ กลุ่มเพื่อนกำลังแสดงมุมมองทางการเมืองกันอย่างเผ็ดมัน  ผมนั้งยิ้มฟังอยู่เงียบๆที่วงนอก - o                                                                                                     

 

edit @ 21 May 2010 20:48:58 by เทพ

แมน 3

posted on 13 Apr 2010 19:32 by thep156

เหล้าส่งเสริมความเป็นชายเป็นทัศนคติที่มีมานานนม ยิ่งคอแข็งยิ่งแกร่ง ค่าดีกรีแองกอฮอล์ที่ร้างกายได้รับเป็นปริมาณบ่งชี้ความแมน! เอ๋ ยอดชาย เชื่อแบบนั้น ร้านสุรารอบสถานศึกษาจึงเป็นเป็นสนามที่เขาใช้พิสูจน์ตัวเอง

   “มึงเอ๋ ยอดชาย พูดดึงสติเพื่อนที่กำลังจะจมหายไปในวงเหล้าวันนั้นกูกินกับพวกเพื่อนที่เจซีสิบกว่าคน พอซักตีสามนะเหลือแค่กูกับพี่จ๊อบสองคน
   “ทำไมวะ
   “คนอื่นแมร่งสลบไปหมดแล้ว กูนั่งจนเช้านั้นแหละ
   “มึงแมร่งคอแข็งหวะ
   “ไม่หรอกเอ๋ ยิ้มมุมปากแล้วจับปากแก้วยกแกว่งหลายรอบข้อมือเพื่อให้มิกซ์ชุดใหม่ผสมกันมีใครจะต่ออีกมั้ย จะได้สั่งขวดใหม่
   “พวกกูไม่ไหวแล้วหวะ มึงจะเอาก็สั่ง
   “มึงเล่นจะให้กูกินคนเดียวขวดเลยหรอ”  เอ๋ ยกแก้วขึ้นจิบอย่างทะนุถนอมเห้อถ้าไม่ติดว่าต้องเข้าหอตอนเที่ยงคืนนะ กูสั่งแล้ว
   “ใครโทรมาวะเนี้ยเอ๋ ล้วงมือถือขึ้นกดรับ เขาสนทนาไม่ยาวนัก  
   “แล้วใครโทรมาวะ?” เพื่อนวงเหล้าถามขึ้นตามสัญชาตญาณมากกว่าอยากรู้คำตอบ
   “ พวกเจซีหวะ
   “ อืม..ไม่มีใครถามต่อ
   เอ๋ ยอดชาย มองทอดสายตาออกไปที่นอกโต๊ะ เขาตรึกคิดอะไรบางอย่างจากการสนทนาในโทรศัพท์มือถือเมื่อครู่ 
  
   ล่วงจนเกือบเที่ยงคืน อากาศร้อนคลายตัวจากพื้นยางมะตอยหมดแล้ว ลมเย็นพัดเอื่อยขึ้นมาบนร้านเหล้าที่ตั้งอยู่บนชั้นสองส่วนเปิดโล่งของอาคาร ตอนนี้เวลากับความกรึ่มประจวบกันจนเหมาะแล้ว  คนในวงเหล้าทำทีจะกลับหอ
   “เอ๋ ! ป๊ะกลับ
   “อืมเอ๋ ลุกยืนควักกระเป๋าออกมานับส่วนหารค่าเหล้า แต่กูไม่นอนหอนะวันนี้ กูจะไปต่อที่โคตะระกับพวกเจซี เด๋วพวกมันมาจากสละโสด

   “แล้วมึงจะนอนไหนหละ?”
   “เด๋วกูกลับมานอนที่หอตอนเช้า
   “มึงแมร่งเพื่อนวงเหล้าสิ้นความพยายามดึงตัวเขากลับ
    เอ๋ เป็นยอดชายด้วยประการฉะนี้  - o